บทที่ 3 หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
Cell คือ หน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต
โดยศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์
กล้องจุลทรรศน์
เป็นอุปกรณ์สำหรับมองดูวัตถุที่มีขนาดเล็กเกินกว่ามองเห็นด้วยตาเปล่า
ดิมการศึกษาวัตถุที่มีขนาดเล็กมาก
เช่น วัตถุที่อยู่ไกล วัตถุที่อยู่สูง เป็นต้น
ใช้เพียงแว่นขยายและเลนส์อันเดียวส่องดู เช่นเดียวกับการใช้แว่นขยายส่องดูลายมือ
ช่วงปี พ.ศ. 2133
แซคาเรียส แจนเซน ช่างทำแว่นชาวดัตช์
ประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์ชนิดเลนส์ประกอบ ประกอบด้วยแว่นขยายสองอัน ต่อมา กาลิเลโอ
กาลิเลอีได้สร้างแว่นขยายส่องดูสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในปี พ.ศ. 2208 โรเบิร์ต
ฮุคได้ประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์ชนิดเลนส์ประกอบที่มีลำกล้องรูปร่างสวยงาม
ป้องกันการรบกวนจากแสงภายนอกได้ และไม่ต้องถือเลนส์ให้ซ้อนกัน
เขาส่องดูไม้คอร์กที่ฝานบาง ๆ แล้วพบช่องเล็ก ๆ มากมาย เขาเรียกช่องเหล่านั้นว่าเซลล์
ซึ่งหมายถึงห้องว่าง ๆ หรือห้องขัง เซลล์ที่ฮุกเห็นเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว
เหลือแต่ผนังเซลล์ของพืชซึ่งแข็งแรงกว่าเยื่อหุ้มเซลล์ในสัตว์
จึงทำให้คงรูปร่างอยู่ได้ ฮุคจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ตั้งชื่อเซลล์
กล้องจุลทรรศน์สามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่
ๆ ได้ 2 ประเภท คือ กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง (optical microscopes) และกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน
(electron microscopes) ชนิดที่พบได้มากที่สุด
คือชนิดที่ประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกว่า กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง
เป็นอุปกรณ์ใช้แสงอย่างหนึ่ง มีเลนส์อย่างน้อย 1 ชิ้น เพื่อทำการขยายภาพวัตถุที่วางในระนาบโฟกัสของเลนส์นั้น
ๆ
ส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์

1.
ฐาน (Base) เป็นส่วนที่ใช้วางบนโต๊ะ
ทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของกล้องจุลทรรศน์ มีรูปร่างสี่เหลี่ยม หรือวงกลม
ที่ฐาน จะมีปุ่มสำหรับปิดเปิดไฟฟ้า
2.
แขน (Arm) เป็นส่วนเชื่อมตัวลำกล้องกับฐาน
ใช้เป็นที่จับเคลื่อนย้ายกล้องจุลทรรศน์
3.
ลำกล้อง (Body tube) เป็นส่วนที่ปลายด้านบนมีเลนส์ตา
ส่วนปลายด้านล่างติดกับเลนส์วัตถุ ซึ่งติดกับแผ่นหมุนได้ เพื่อ เปลี่ยนเลนส์ขนาดต่าง ๆ
ติดอยู่กับจานหมุนที่เรียกว่า Revolving Nosepiece
4.
ปุ่มปรับภาพหยาบ (Coarse adjustment) ทำหน้าที่ปรับภาพโดยเปลี่ยนระยะโฟกัสของเลนส์ใกล้วัตถุ
(เลื่อนลำกล้องหรือแท่น วางวัตถุขึ้นลง)
เพื่อทำให้เห็นภาพชัดเจน
5.
ปุ่มปรับภาพละเอียด (Fine adjustment) ทำหน้าที่ปรับภาพ
ทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนมากขึ้น
6.
เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens) เป็นเลนส์ที่อยู่ใกล้กับแผ่นสไลด์
หรือวัตถุ ปกติติดกับแป้นวงกลมซึ่งมีประมาณ 3-4 อัน แต่ละอันมีกำลังบอกเอาไว้ เช่น x3.2, x4, x10, x40 และ x100 เป็นต้น
ภาพที่เกิดจากเลนส์ใกล้วัตถุเป็นภาพจริงหัว กลับ
7.
เลนส์ใกล้ตา (Eye piece) เป็นเลนส์ที่อยู่บนสุดของลำกล้อง
โดยทั่วไปมีกำลังขยาย 10x
หรือ 15x ทำหน้าที่ขยายภาพที่ได้ จากเลนส์ใกล้วัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
ทำให้เกิดภาพที่ตาผู้ศึกษาสามารถมองเห็นได้ โดยภาพที่ได้เป็นภาพเสมือนหัวกลับ
8.
เลนส์รวมแสง (Condenser) ทำหน้าที่รวมแสงให้เข้มขึ้นเพื่อส่งไปยังวัตถุที่ต้องการศึกษา
9.
กระจกเงา (Mirror) ทำหน้าที่สะท้อนแสงจากธรรมชาติหรือแสงจากหลอดไฟภายในห้องให้ส่องผ่านวัตถุโดยทั่วไปกระจกเงามี
2 ด้าน
ด้านหนึ่งเป็นกระจกเงาเว้า อีกด้านเป็นกระจกเงาระนาบ
สำหรับกล้องรุ่นใหม่จะใช้หลอดไฟเป็นแหล่งกำเนิดแสง ซึ่งสะดวกและชัดเจนกว่า
10.
ไดอะแฟรม (Diaphragm) อยู่ใต้เลนส์รวมแสงทำหน้าที่ปรับปริมาณแสงให้เข้าสู่เลนส์ในปริมาณที่ต้องการ
11.
แท่นวางวัตถุ (Speciment Stage) เป็นแท่นใช้วางแผ่นสไลด์ที่ต้องการศึกษา
12.
ที่หนีบสไลด์ (Stage Clip) ใช้หนีบสไลด์ให้ติดอยู่กับแท่นวางวัตถุ
ในกล้องรุ่นใหม่จะมี Mechanical stage แทนเพื่อ ควบคุมการเลื่อนสไลด์ให้สะดวกยิ่งขึ้น
13.
จานหมุน (Revolving nosepiece) ใช้หมุนเมื่อต้องการเปลี่ยนกำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ
วิธีการใช้กล้องจุลทรรศน์
ขั้นที่ 1 วางสไลด์ที่ต้องการส่องบนแท่นวางสไลด์ เปิดไฟกล้องจุลทรรศน์
ควรให้จุดวงกลมของแสงอยู่ตรงกลางใกล้เคียงกับบริเวณที่ต้องการส่องมากที่สุด

ขั้นที่ 2 ปรับระยะห่างระหว่างตา สำหรับกล้องชนิด 2 ตา ปรับหาระยะห่างระหว่างตา (Interpupillary
distance) และปรับ Diopter ที่ตาข้างใดข้างหนึ่ง
เพื่อให้ระยะโฟกัสที่เท่ากัน

ขั้นที่ 3 ปรับโฟกัส หาระยะโฟกัสที่ชัดที่สุด โดยเริ่มจากเลนส์วัตถุที่ขนาดกำลังขยายต่ำสุดก่อน
จากนั้นค่อยเพิ่มกำลังขยายให้สูงขึ้น โดยปรับปุ่มปรับภาพหยาบ (Coarse
adjustment knob)

ขั้นที่ 4 ปรับละเอียด เมื่อปรับภาพหยาบจนพอมองเห็นภาพให้ทำการปรับด้วยปุ่มปรับภาพแบบละเอียด
(Fine adjustment knob) ควบคู่กับการเลื่อนสไลด์

ขั้นที่ 5 ปรับปริมาณแสง โดยปรับที่ไดอะแฟรม
(Diaphragm) ใต้แท่นวางสไลด์เพื่อควบคุมแสงในปริมาณที่พอเหมาะ
การลดความกว้างของไดอะแฟรมลงเมื่อกำลังขยายสูงขึ้น

ขั้นที่ 6 ปรับกำลังขยายให้สูงขึ้น
เมื่อไม่ขนาดของวัตถุที่ส่องมีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้ให้ปรับกำลังขยายให้สูงขึ้น
โดยเลนส์ 100X ควรใช้ Immersion Oil หยดลงบนกระจกปิดสไลด์เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการมองเห็นด้วย
โดยให้เลนส์สำผัสกับ Immersion Oil และกระจกปิดสไลด์

ขั้นที่ 7 เก็บทำความสะอาด
เมื่อใช้งานเสร็จให้เก็บโดยใช้ถุงคลุมหรือเก็บไว้ในที่ที่ไม่มีฝุ่น และความชื้นต่ำ
โดยเช็ดทำความสะอาดด้วยกระดาษเช็ดเลนส์หรือน้ำยาสำหรับเช็ดเลนส์







